ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.3/50627 ข้อหารือการจ้างผู้รับจ้างรายใหม่ ภายหลังบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง

ต้นฉบับ ดาวน์โหลด

ข้อความสกัดจากไฟล์ต้นฉบับโดยอัตโนมัติ (2 หัวข้อ) อาจมีตัวอักษรคลาดเคลื่อน — ก่อนนำไปอ้างอิงให้ยึดต้นฉบับ · แชร์ลิงก์พร้อมข้อได้ เช่น #k162

เศ
เ el ดวนฑีสุด ที่ กค (กวจ) 0505.3/ 50 9 |ไฟ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
ซ่ ถนนพระรามท © กทม. 10500
5 พฤศจิกายน 25205
ข่ภณ/
่ s I s = s I เรือง ข้อหารือการจ้างผู้รับจ้างรายใหม่ ภายหลังบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง
เรียน อธิบดีกรมทรัพยากรนำ
เว
เพ @ ฆ/ 5 ซ่ o o อ้างถึง หนังสือกรมทรัพยากรนำ ที ทส 0001/23512 ลงวันที 22 กรกฎาคม 2523
ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมทรัพยากรน้า แจ้งว่า กรมฯ โดยสำนักงานทรัพยากรน้าภาค o ได้ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์ปกรณ์ วิศวกรรมโยธา ดำเนินการก่อสร้างโครงการซ่อมปรับปรุงฝายน้้าล้นโฮ่งหลวง บ้านโฮ่ง หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านโฮง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ในเงินจำนวน 30,053,323 บาท ตามสัญญาเลขที่ สทภ.1/32/2521 ลงวันที่ 1 มกราคม 2521 เริ่มสัญญาวันที่ 15 มกราคม 2501 สินสุดสัญญาวันที่ 3 ธันวาคม 25201 ภายหลังจากลงนามสัญญาผู้รับจ้างก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และมีค่าปรับจำนวนถึงร้อยละ 10 ของวงเงินตามสัญญา ทำให้เป็นเหตุเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงาน ให้แล้วเสร็จได้ กรมฯ จึงได้มีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไป ตามแนวทางการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 1505.2/ว 105 วันที่ 25 มีนาคม 2523 กรมฯ จึงขอหารือว่า หากกรมๆ จะดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ กรมฯ จะต้องใช้งบประมาณที่เหลือดำเนินการ หรือกรมฯ สามารถดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ โดยจัดสรรงบประมาณมาเพิ่มเติมมาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมทรัพยากรน้า โดยสำนักงานทรัพยากรน้าภาค 1 ได้ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์ปกรณ์ วิศวกรรมโยธา ดำเนินการก่อสร้าง ตามสัญญาเลขที่ สทภ.1/32/25201 ลงวันที่ 15 มกราคม 2521 ต่อมากรมฯ ได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญากับห้างฯ ตามหนังสือ ที่ ทส 0011/1023 ลงวันที่ « เมษายน 2523 ซึ่งผลของการบอกเลิกสัญญาย่อมทำให้คู่สัญญา แต่ละฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม หากมีงานที่ผู้ว่าจ้างได้รับไว้และใช้ประโยชน์ในราชการได้ตามสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างจะต้องมีการชดใช้ราคาให้แก่ผู้รับจ้างโดยจะต้องมีการหักค่าปรับและค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) ออกก่อนด้วย เว้นแต่งานที่รับไว้ หากผู้ว่าจ้างไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในราชการตามสัญญาได้ จี จึงต้องถือว่างานนั้น ไม่ควรค่าแห่งการชดใช้เงินคืนตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 311 ประกอบกับ หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0505.2/ว 105 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2523 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดำเนินการภายหลังหน่วยงานของรัฐ บอกเลิกสัญญาซื้อหรือจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

มาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) หรือ (<) ข้อ 5 การประเมินค่าเสียหาย ข้อ 5.1 กำหนดว่า “เมื่อหน่วยงานของรัฐ

/ทราบ ...
¢
- 2 -
ทราบค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี) ราคาพัสดุหรือค่างานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสัญญาเดิม กรณีดำเนินการตาม 3.2.5 และค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) แล้ว ให้นำมาหักออกจากหลักประกันสัญญาจนครบถ้วน”

ข้อ 5.2 กำหนดว่า “หากมีเงินหลักประกันสัญญาคงเหลืออยู่ ให้คืนจำนวนเงินดังกล่าวแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิม

แต่หากค่าเสียหายมีจำนวนเงินมากกว่าจำนวนเงินตามหลักประกันสัญญา หน่วยงานของรัฐ มีสิทธิริบหลักประกันสัญญาไว้ทั้งหมด และมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิมต้องชดใช้ค่าเสียหาย
เพิ่มเติมอีกจนครบจำนวน” ข้อ 5.3 กำหนดว่า “ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิม ชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติม ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ หากผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิม ไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้หน่วยงานของรัฐส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินคดีกับผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิมต่อไป” ดังนั้น เมื่อกรมๆ ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแล้ว กรมฯ มีสิทธิริบหลักประกันสัญญาหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้าประกันได้ ในกรณีที่มีค่าปรับ ให้กรมฯ เรียกร้องให้ผู้รับจ้างชำระค่าปรับ ทั้งนี้ ค่าปรับและค่าชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นรวมถึงค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) กรมฯๆ อาจนำมาหักออกจากหลักบระกันสัญญาโด้ ซึ่งหลังจากหักค่าปรับและค่าชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) จนครบถ้วนเต็มจำนวนแล้ว หากยังมีจำนวนเงินตามหลักประกันสัญญาคงเหลืออยู่ ให้คืนจำนวนเงินดังกล่าวแก่ผู้รับจ้างด้วย แต่หากค่าปรับและค่าชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นรวมถึงค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี)
มีจำนวนเงินท่วมจำนวนเงินตามหลักประกันสัญญา กรมฯ ย่อมมีสิทธิริบหลักประกันสัญญาไว้ทั้งหมด
1 L=
และ ยังมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชดใช้เพิมเติมให้อีกจนครบจำนวน โดยไม่ต้องคืนหลักประกันสัญญา ทั้งนี้ หากกรมฯ มีความประสงค์ที่จะจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ย่อมสามารถดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติฯ ประกอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 [+ Qs = -:J & vV o= (] =y - ว W) s [ บ สำหรับกรณีทีกรมฯ จะต้องใช้เงินงบประมาณใดมาดำเนินการจัดซือจัดจ้างต่อไปนัน (= =4 = 1 - o = =1 เว = Qs [ เป็นประเด็นเกียวกับเรืองการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เห็นควรให้กรมฯ หารือสำนักงบประมาณโดยตรงต่อไป
= «5 3ข่ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
กสทา ตันคดี)ตป (นางสาวกุลยา ตันติเตมิท) อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย
กองการพัสดุภาครัฐ
ฝายเลขานุการ
โทร. o 212 000 ต่อ 5553 โทรสาร 0 2123 155 - 2