ด่วนที่สุด
ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ
จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
กรมบัญชีกลาง
ถนนพระรามที่ 6 กทม. 10400
0 0 9 มกราคม 2565
เรื่อง อนุมัติยกเว้นและกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ
ที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสบุน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2563
เรียน ปลัดกระทรวง อธิบดี อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการ หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่น และหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ
อ้างถึง ห นังสือคณ ะกรรมการวินิจฉัยปัญ หำการจัดซื้อจัดจ้างและการบ ริหำรพัส ดุภาครัฐ ด่วนที่สุด
ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 845 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564
สิ่งที่ส่งมาด้วย คู่มือการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2563
ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐ
ต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 2 ธันวาคม 2563
และคณ ะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย)
โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้มีหนังสือ
ที่อ้างถึงอนุมัติยกเว้นและกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ ซึ่งการอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติ
ตามกฎกระทรวงฯ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแกไชปัญหาการสมยอมกันในการเสนอราคาชองผู้ประกอบการวิสาหกิจ
ชนาดกลางและชนาดย่อม (SMEs) และกรณีที่หน่วยงาบของรัฐเชิญเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs รายเดิม
เช้ายื่นข้อเสนอ ทำให้ไม'เกิดการแช่งขันราคาอย่างเบ็เนธรรม จากเดิมที่กำหนดให้เชิญผู้ประกอบการ SMEs
ที่ฃึ้นทะเบียนสินค้าหรืองานบริการไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจชนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
และตรงกับที่หน่วยงานชองรัฐจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ในจังหวัดที่หน่วยงานของรัฐผู้จัดซื้อจัดจ้างตั้งอยู่
ไม่น้อยกว่า 3 ราย โดยเพิ่มเบีนให้เชิญไม,น้อยกว่า 6 ราย แต่การดำเนินการเช่นนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ไข
ปัญหาดังกล่าวได้ รวมถึงชั้นตอนที่กำหนดให้หน่วยงานชองรัฐต้องค้นหารายการสินค้าหรืองานบริการ
ที่ vwwv.thaismegp.com ชอง สสว. เพื่อตรวจสอบรายละเอียดชองพัสดุและคุณสมบัติชองผู้ประกอบการ SMEs
รวมทั้งในการจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ที่หน่วยงานชองรัฐต้องนำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไปตรวจสอบที่ www.mit.fti.or.th ชองสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า พัสดุนั้นมืผู้ประกอบการ
มาซื้นทะเบียนไม่น้อยกว่า 6 ราย หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นปัญหาในทางปฏิบัติและเป็นการเพิ่มชั้นตอน
อันเป็นการสร้างภาระงานให้แก'เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย)
โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า
เพื่อแก้ไขปัญหาการสมยอมกันในการเสนอราคา ลดภาระงานชองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
/รวม ...
-2 -
รวมทั้งลดความผิดพลาดในการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงอาศัยอำนาจ
ตามพระราซบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง (6)
ประกอบมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (4) และ (7) ดำเนินการดังนี้
1. ยกเว้นการดำเนินการตามกฎกระทรวงฯ ในกรณีดังต่อไปนี้
1.1 ข้อ 7 วรรคหนึ่ง (2 ) (ก) (ข) และ วรรคสาม
1 .2 ข้อ 27/3 วรรคหนึ่ง (2 ) (ข) และ (2 ) วรรคสอง
2 . ยกเลิกหนังสือที่อ้างถึง โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุ
และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2563 รายละเอียดปรากฏตาม
สิ่งที่ส่งมาด้วย
3. หนังสือฉบับนี้ให้มืผลใช้บังคับดังนี้
3. 1 การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีป ระกวดราคาอิเล็กท รอนิกส์ (Electronic Bidding :
e - bidding) ที่จะประกาศเชิญซวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) ตั้งแต่วันถัดจาก
วันที่ลงนามในหนังสือฉบับนี้เป็นต้นไป
3.2 การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก สำหรับกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ส่งหนังสือเชิญซวน
ไปยังผู้ประกอบการ SMEs จนถึงวันที่ลงนามในหนังสือฉบับนี้ ให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกการเชิญซวน
และดำเนินการใหม่ภายใต้เงื่อนไขตามหนังสือฉบับนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
ซอแสดงความนับถือ
ท1ฝ็ ทท ร ท ร (ห )C rdbv
(นางสาวกุลยา ตันติเตมิท)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการวินิจฉัย
กองการพัสดุภาครัฐ
ฝ่ายเลขานุการ
โทร. 0 2127 7000 ต่อ 4553
โทรสาร 0 2127 7185 - 6
คู่มือ
การปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง
พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
แนบท้ายหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 78 ลงวันที่ 31 มกราคม 2565
สารบัญ
เรื่อง หน้า
การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 1
และพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
การจัดซื้อ 1
- การจัดทำร่างขอบเขตของงาน 1
หรือกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
- การจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 2
การจัดจ้างก่อสร้าง 3
- การจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง 3
- การจัดจ้างก่อสร้างโดย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 4
การจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง 5
- การจัดทำร่างขอบเขตของงาน 5
- การจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 5
การต่อรองราคากรณีผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาเกินวงเงินงบประมาณที่จะจัดซื้อจัดจ้าง 6
กรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท 7
การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ 7
การให้สัตยาบัน 8
แนวทางการดำเนินการตามกฎกระทรวงฯ ในหมวด 2 ข้อ 6 (2) และ (4) 9
แนวทางการดำเนินการตามกฎกระทรวงฯ ในหมวด 7/2 การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 9
ภาคผนวก 1
ภาคผนวก 2
ภาคผนวก 3
1. การดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) และพัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศ
1.1 การจัดซื้อ
1.1.1 การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
1.1.1.1 ให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือ กำหนดรายละเอียด
คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
1.1.1.2 กรณีที่พัสดุ ที่หน่วยงานของรัฐต้องการใช้งาน เป็นพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ
หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
โดยไม่ต้องกำหนดว่าเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ กรณีนี้ไม่ต้องขออนุมัติ จากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
หรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
1.1.1.3 ในกรณีที่พัสดุที่หน่วยงานของรัฐต้องการใช้งานเป็นพัสดุ ที่มีผลิตภายในประเทศ
แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ หรือมีผู้ประกอบการเข้ายื่นข้อเสนอจำนวนน้อยราย หรือมีความจำเป็น
จะต้องมีการใช้พัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศหรือนำเข้าพัสดุจากต่างประเทศ ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายละเอียด
คุณลักษณะเฉพาะ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณา โดยจะเสนอ
ไปพร้อมกับขั้นตอนขอความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้างก็ได้ ในกรณีดังนี้
(1) เป็นการจัดหาอะไหล่ ที่มีความจำเป็นจะต้องระบุคุณลักษณะเฉพาะ
และจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
(2) กรณีมีความจำเป็นจะต้องมีการใช้พัสดุที่ผลิตหรือนำเข้าจากต่างประเทศ
ซึ่งเป็นการจัดหาครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่ำงประเทศมีราคาต่อหน่วย
ไม่เกิน 2 ล้านบาท
กรณีนอกจากวรรคหนึ่ง (1) และ (2) ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นเพื่ออนุมัติ
กรณี ตามวรรคหนึ่ง (2 ) หากพิจารณาแล้วสามารถแยกราคาต่อหน่วยได้ว่า
ราคาต่อหน่วยไม่เกิน 2 ล้านบาท กรณีนี้แม้วงเงินรวมทั้งสัญญาจะเกิน 2 ล้านบาท ถ้าเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง
ให้ขออนุมัติต่อหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐ แต่หากไม่สามารถแยกพิจารณาราคาต่อหน่วยได้ ก็ให้พิจารณาจาก
มูลค่าของสัญญา ถ้าไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้ขออนุมัติต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
1.1.2 การจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
1.1.2.1 กรณีดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Bidding :
e – bidding) และใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะ ให้พิจารณาให้แต้มต่อในการยื่นข้อเสนอดังนี้
(1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด
ของผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ให้จัดซื้อจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับ
ผู้ยื่นข้อ เสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ ยื่นข้อ เสนอรายอื่นไม่เกิน
ร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
(2) หากผู้ ยื่นข้อ เสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับ
การรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย ( Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่า ราคาต่ำสุดของผู้ ยื่นข้อ เสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 5 ให้จัดซื้อจัดจ้าง
จากผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอพัสดุ ที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้า
ที่ผลิตภายในประเทศไทยฯ
/สำหรับ ...
- 2 -
สำหรับการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการเสนอราคาหลายรายการ
และกำหนดเงื่อนไขเป็นกรณีการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุ ที่เป็นพัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทยฯ มีสัดส่วนมูลค่าตั้งแต่
ร้อยละ 60 ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้ง (1) และ (2)
ให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกินร้อยละ 15
(3) หาก ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งมิใช่ ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดา
ที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ
ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3
ให้จัดซื้อหรือจั ดจ้างจาก ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายไทย
1.1.2.2 การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
กรณีใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะ ดังนี้
(1) กำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ ส่วนที่ 2 ดังนี้ “ข้อ 3.2
สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี)”
สำหรับการพิจารณาผลกรณี การกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสำเนา
หนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมา
ตรวจสอบคุณสมบัติในการให้แต้มต่อ กรณีเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 5
หากผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่ยื่นสำเนา หนังสือรับรอง สินค้า ฯ ผู้ยื่นข้อ เสนอรายนั้น ก็จะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อ
ในการเสนอราคาดังกล่าว ดังนั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยื่นสำเนาหนังสือรับรองฯ ไม่ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
เป็นผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่อย่างใด
(2) กำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ ส่วนที่ 2 ดังนี้ “ข้อ 3.2
สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)”
สำหรับการพิจารณาผลกรณี การกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสำเนา
ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาตรวจสอบ
คุณสมบัติในการให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs กรณีเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ไม่เกินร้อยละ 10 หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ก็จะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อ ในการเสนอราคาดังกล่าว ดังนั้น กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ผู้ประกอบการ SMEs
แต่ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ไม่ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นเป็นผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่อย่างใด
(3) กำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ ดังนี้
(3.1) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
“6.8 หากผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น
ที่ไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับ
ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น ไม่เกิน
ร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs”
/(3.2) ...
- 3 -
(3.2) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
“ข้อ 6.9 หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมาย สินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย
(Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น
ไม่เกินร้อยละ 5 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิต
ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กรณีที่มีการเสนอราคาหลำยรายการและกำหนดเงื่อนไขการ พิจารณา
ราคารวม หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมาย
สินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่า
ตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้ น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งข้อ 6.8
และข้อ 6.9 ให้ผู้เสนอราคารายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกินร้อยละ 15
(3.3) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
“6.10 หากผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งมิใช่ ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล
ที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ที่มิได้
ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้ จัดซื้อหรือจัดจ้าง
จากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย”
อนึ่ง ให้นำเงื่อนไขข้อ 1.1.2.2 (1) (2) (3) (3.1) (3.2) และ (3.3) มาใช้กับวิธีคัดเลือกด้วย
1.2 การจัดจ้างก่อสร้าง
1.2.1 การจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
1.2.1.1 หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดรายละเอียดในแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
และกำหนดให้คู่สัญญาต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาการใช้เหล็กในงานก่อสร้างก่อน โดยหน่วยงานของรัฐ
ต้องกำหนดรายละเอียดในแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ให้คู่สัญญาต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
1.2.1.2 กรณีเมื่อหน่วยงานของรัฐได้จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา และใบบัญชีรายการ
ก่อสร้างแล้ว ทราบว่าพัสดุที่จะใช้ในโครงการก่อสร้างนั้นมีผลิตภายในประเทศแต่หน่วยงานของรัฐจะไม่ใช้ พัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศ หรือจะใช้หรือใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่ครบร้อยละ 60 หากกรณีเป็นดังนี้
(1) กรณีที่ราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 2 ล้านบาท
ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขออนุมัติก่อน
(2) กรณีที่ราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยรายการใดรายการหนึ่ง
เกิน 2 ล้านบาท ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นเพื่อขออนุมัติก่อน
1.2.1.3 กรณีดังต่อไปนี้ ไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจ
เหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น ขออนุมัติ แต่อย่างใด โดยหน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
ได้ตามความต้องการ
/(1) ...
- 4 -
(1) กรณีที่หน่วยงานของรัฐทราบตั้งแต่ต้นว่าโครงการก่อสร้างนั้น ต้องใช้พัสดุ
ที่นำเข้าจาก ต่าง ประเทศ และพัสดุดังกล่าวนั้นไม่มีผลิตภายในประเทศ ซึ่ง ทำให้อัตรา การใช้พัสดุที่ ผลิต
ภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
(2) กรณีเมื่อหน่วยงานของรัฐได้ จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา และใบบัญชี
รายการก่อสร้าง แล้ว ทราบว่า โครงการก่อสร้างนั้นต้องใช้พัสดุที่นำเข้าจาก ต่างประเทศและพัสดุดังกล่าวนั้น
ไม่มีผลิตภายในประเทศ ซึ่งทำให้อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ
ที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
1.2.2 การจัดจ้างก่อสร้างโดย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
1.2.2.1 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างฯ “ข้อ 1.9 แผนการใช้
พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ”
อนึ่ง กรณีที่งานก่อสร้างนั้นไม่มีการ ใช้เหล็กเป็นส่วนประกอบ จะไม่กำหนดให้ยื่น
แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศก็ได้
1.2.2.2 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างฯ ส่วนที่ 2 ดังนี้ “ข้อ 3.2
สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)”
อนึ่ง สำหรับการพิจารณาผลกรณี การกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสำเนา
ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาตรวจสอบ
คุณสมบัติในการให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs กรณีเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ไม่เกินร้อยละ 10 หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ก็จะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว ดังนั้น กรณีผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็น ผู้ประกอบการ SMEs
ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ไม่ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นเป็นผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่อย่างใด
1.2.2.3 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างฯ “ข้อ 4.9 ผู้ยื่นข้อเสนอ
ที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิต
ภายในประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 6 0 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา” ทั้งนี้ โดยให้แนบ
ตารางภาคผนวก 1 และภาคผนวก 2 ไปด้วย เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
1.2.2.4 กำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างฯ กรณีใช้เกณฑ์ราคา
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะดังนี้
(1) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา ว่า
“6.8 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกิน
ร้อยละ 10 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับ ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็น
ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมา
ทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs”
(2) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา ว่า
“6.9 หาก ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งมิใช่ ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล
ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้
ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้ อยละ 3 ให้จัดซื้อหรือจัดจ้าง
จากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
/ผู้ ...
- 5 -
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย”
อนึ่ง (1) ให้นำเงื่อนไขข้อ 1.2.2.1 ข้อ 1.2.2.2 ข้อ 1.2.2.3 และข้อ 1.2.2.4 (1) และ (2)
มาใช้กับวิธีคัดเลือกด้วย
(2) ให้นำเงื่อนไขข้อ 1.2.2.1 และข้อ 1.2.2 .3 มาใช้กับ วิธี เฉพาะเจาะจงด้วย
เว้นแต่กรณีที่วงเงินการจัดจ้างก่อสร้างไม่เกิน 500,000 บาท
1.3 การจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
1.3.1 การจัดทำร่างขอบเขตของงานและการกำหนดเงื่อนไขและ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
1.3.1.1 หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดร่างขอบเขตของงาน และกำหนดให้คู่สัญญาต้องใช้พัสดุ
ประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างที่ทั้งหมดตามสัญญา
1.3.1.2 กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้แจกแจงรายการพัสดุที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนั้นแล้ว
ทราบว่างานนั้น เป็นพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดรายละเอียด
คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยไม่ต้องกำหนดว่าเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
กรณีนี้ไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
1.3.1.3 กรณีเมื่อหน่วยงานของรัฐ ได้แจกแจงรายการพัสดุที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนั้นแล้ว
ทราบว่าพัสดุที่จะใช้ใน งานจ้างนั้นมีผลิตภายในประเทศแต่หน่วยงานของรัฐจะไม่ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
หรือจะใช้หรือใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่ครบร้อยละ 60 หากกรณีเป็นดังนี้
(1) กรณีที่ราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 2 ล้านบาท
ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่ออนุมัติก่อน
(2) กรณีที่ราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยรายการใดรายการหนึ่ง
เกิน 2 ล้านบาท ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นเพื่ออนุมัติก่อน
1.3.1.4 กรณีดังต่อไปนี้หน่วยงานของรัฐ ไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
หรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป หนึ่งชั้น อนุมัติ แต่อย่างใด โดยหน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดขอบเขตของงาน
หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุได้ตามความต้องการ
(1) กรณีที่หน่วยงานของรัฐทราบตั้งแต่ต้นว่างาน จ้างนั้นต้องใช้พัสดุที่นำเข้า
จากต่างประเทศและพัสดุดังกล่าวนั้นไม่มีผลิตภายในประเทศ ซึ่งทำให้อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
(2) กรณีเมื่อหน่วยงานของรัฐได้แจกแจงรายการพัสดุที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนั้น
แล้วทราบว่างานจ้างนั้นต้องใช้พัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศและพัสดุดังกล่าวนั้นไม่มีผลิตภายในประเทศ ซึ่งทำให้
อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
1.3.2 การจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
1.3.2.1 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างฯ ดังนี้ “ข้อ 1.7 แผนการใช้
พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ”
1.3.2.2 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างฯ ส่วนที่ 2 ดังนี้ “ข้อ 3.2 สำเนา
ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)”
/อนึ่ง ...
- 6 -
อนึ่ง สำหรับการพิจารณาผลกรณี การกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสำเนา
ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาตรวจสอบ
คุณสมบัติในการให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs กรณีเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ไม่เกินร้อยละ 10 หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ก็จะไม่ได้รับสิทธิ
การได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว ดังนั้น กรณีที่ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ
ไม่ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นเป็นผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่อย่างใด
1.3.2.3 เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างฯ “ข้อ 4.9 ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะ
การเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 6 0 วัน
นับถัดจากวันลงนา มในสัญญา” ทั้งนี้ โดยให้แนบตารางภาคผนวก 1 ไปด้วย เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา
ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
1.3.2.4 กำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างฯ กรณีใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณา
คัดเลือกผู้ชนะดังนี้
(1) ให้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาว่า
“6.8 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกิน
ร้อยละ 10 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับ ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็น
ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมา
ทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs”
(2) ให้กำหนดเงื่อนไข การพิจารณา ในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาว่า
“6.9 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย
หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อหรือจัดจ้างจาก ผู้ยื่นข้อเ สนอ
ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย”
อนึ่ง (1) ให้นำเงื่อนไขข้อ 1.3.2.1 ข้อ 1.3.2.2 ข้อ 1.3.2.3 และข้อ 1.3.2.4 (1) และ (2)
มาใช้กับวิธีคัดเลือกด้วย
(2) ให้นำเงื่อนไขข้อ 1.3.2.1 และข้อ 1.3.2 .3 มาใช้กับ วิธี เฉพาะเจาะจงด้วย
เว้นแต่กรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท
1.4 การต่อรองราคากรณีผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาเกินวงเงินงบประมาณ ที่จะจัดซื้อจัดจ้าง
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคา สูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น
ที่ไม่เกินร้อยละ 10 แต่สูงกว่าวงเงินที่จะจัดซื้อหรือจัดจ้าง ให้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 57 ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐยังต้องนำ หลักการ
การให้แต้มต่อด้านราคากับผู้ประกอบการ SMEs มาดำเนินการด้วย
/ตัวอย่าง ...
- 7 -
ตัวอย่าง
หน่วยงานของรัฐมีงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง 5,000, 000 บาท กำรเสนอราคาครั้งนี้
มีผู้เสนอราคา 5 ราย ได้แก่ บริษัท ก. บริษัท ข. บริษัท ค. ห้างหุ้นส่วนจำกัด A. และห้างหุ้นส่วนจำกัด B.
โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด A. และห้างหุ้นส่วนจำกัด B. เป็นผู้ประกอบการ SMEs และบริษัท ก. บริษัท ข.
และบริษัท ค. เป็นผู้ประกอบการทั่วไป ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายเสนอราคาดังนี้
บริษัท ก. 5,000,000 บาท
บริษัท ข. 5,200,000 บาท
บริษัท ค. 5,250,000 บาท
ห้างหุ้นส่วนจำกัด A. 5,300,000 บาท
ห้างหุ้นส่วนจำกัด B. 5,400,000 บาท
พิจารณาได้ว่า ในการเสนอราคาครั้งนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด A. และห้างหุ้นส่วนจำกัด B. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ
SMEs ได้เสนอราคาสูงกว่าผู้ ยื่นข้อ เสนอ รายอื่นที่เสนอราคาต่ำสุดแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ดังนั้น
ในการเสนอราคาครั้งนี้ จึงพิจารณาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด A. เป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุดลำดับที่ 1
ห้างหุ้นส่วนจำกัด B. เป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุดลำดับที่ 2 และ บริษัท ก. เป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุดลำดับที่ 3
แต่เนื่องจากผู้ ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นผู้ชนะลำดับที่ 1 เสนอราคาเกินวงเงิน ที่จะซื้อ
หรือจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการดังนี้
(1) ให้ต่อรองราคากับ ผู้ประกอบการ SMEs ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากยอมลดราคาและราคา
ที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวง เงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงิน
ที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีกแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงิน
ที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs รายนั้น
(2) ถ้าดำเนินการตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้ ยื่นข้อเสนอทุกราย เพื่อมาเสนอราคาใหม่พร้อมกัน
ภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่ยื่นใบเสนอราคาให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม
หากผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้เสนอ ราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง
หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่ เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่
เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐยังต้องนำหลักการการให้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ที่เสนอราคาต่ำสุดแต่ไม่เกินร้อยละ 10 กับผู้ประกอบการ SMEs มาดำเนินการด้วย
(3) ถ้าดำเนินการตาม (2) แล้วไม่ได้ผล ให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกการซื้อหรือจ้าง และ ดำเนินการ
จัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
1.5 กรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาจัดซื้อ
จัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs เป็นลำดับแรกก่อน
1.6 การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
1.6.1 การจัดทำแผนการใช้พัสดุไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และการใช้เหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ที่ผลิตภายในประเทศ สำหรับการจัดจ้างก่อสร้างและการจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
1.6.1.1 งานจ้างก่อสร้าง
/(1) ...
- 8 -
(1) หน่วยงานของรัฐจะต้องให้คู่สัญญาจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่ อสร้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก 1 ) โดยส่งให้
หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
(2) หน่วยงานของรัฐจะต้องให้คู่สัญญาจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก 2) โดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ
ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
1.6.1.2 งานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
หน่วยงานของรัฐจะต้องให้คู่สัญญาจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก 1) โดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ
ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
กรณีที่ งานจ้างก่อสร้างและงานจ้าง ที่มิใช่งาน ก่อสร้าง ที่มีสัญญา อายุ ไม่เกิน 6 0 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทำแผน การใช้พัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
หากมูลค่าหรือปริมาณของ พัสดุไม่สามารถดำเนินการ ตามข้อ 1.6.1.1 และข้อ 1 .6.1.2
สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนฯ ได้โดยไม่ต้องดำเนินการในรูปแบบการแก้ไขสัญญา เป็นเพียงการดำเนินการ
ระหว่างคณะกรรมการตรวจรับพัสดุกับคู่สัญญาก็ได้ ทั้งนี้ เมื่อคู่สัญญามีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนฯ
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้คู่สัญญาส่งแผนฯ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการส่งมอบงานในแต่ละงวด
1.6.2 การตรวจรับพัสดุ
1.6.2.1 ให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุตรวจสอบว่าพัสดุที่ส่งมอบ เป็นพัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา
1.6.2.2 การตรวจสอบพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ สามารถดำเนินการดังนี้
(1) กรณีที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศที่ได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบรายการพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย
(Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(2) กรณีที่เป็นพัสดุที่ไม่ใช่รายการพั สดุตาม (1) ให้ตรวจสอบจากข้อมูลที่ปรากฏ
บนฉลากของสินค้าที่ติดบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า
1.6.3 การแก้ไขสัญญา
หากลงนามในสัญญาแล้วปรากฏในภายหลังว่า ไม่สามารถส่งมอบพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ตามเงื่อนไขหรืออัตรา ที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ ให้พิจารณาแก้ไขสัญญาต่อไป ทั้งนี้ ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณา
แก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามหลักการของมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติฯ
1.6.4 การจัดทำรายงาน ผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศสำหรับงานจ้างก่อสร้างและงานจ้าง
ที่มิใช่งานก่อสร้าง
ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้ จัดทำ รายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
(ตามภาคผนวก 3) เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อทราบพร้อมกับรายงานผลการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
1.7 การให้สัตยาบัน
กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการ ขออนุญาตต่อผู้มีอำนาจเหนือ ขึ้นไปหนึ่งชั้น หรือหัวหน้า
หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐสามารถให้ผู้มีอำนาจพิจารณาให้สัตยาบันสำหรับการดำเนินการ
ที่ได้ดำเนินการไปก่อนแล้วนั้นในภายหลังได้
/2. …
- 9 -
2. แนวทางการดำเนินการ ตามกฎกระทรวงฯ ในหมวด 2 ข้อ 6 (2) และ (4)
2.1 กรณีที่หน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์ยางพารา หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการ
จัดซื้อจัดจ้าง ตามหมวด 2 ข้อ 6 (2) ผลิตภัณฑ์ของร้านค้าสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกรที่กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์รับรอง โดยหน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบรายชื่อ ร้านค้าสหกรณ์หรือสถาบั นเกษตรกร
กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยตรง ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างได้โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
2.2 กรณีที่หน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเองหรือบริการขององค์กร
หรือมูลนิธิเพื่อคนพิการที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐตามหมวด 2 ข้อ 6 (4) โดยหน่วยงานของรัฐ
สามารถตรวจสอบรายชื่อองค์กร มูลนิธิ หรือองค์การสงเคราะห์คนพิการ กับกรมส่งเส ริมและพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตคนพิการ หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยตรง ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างได้
โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
อนึ่ง การจัดซื้อจัดจ้างตามข้อ 2.1 และข้อ 2 .2 หากหน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้าง
โดยวิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้วิธีคัดเลือก หรือวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก็ได้
3. แนวทางการดำเนินการ ตามกฎกระทรวงฯ ในหมวด 7/2 การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อม
3.1 หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานของรัฐ
กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือร่างขอบเขตของงาน เป็นพัสดุที่มีรายละเอียดหรือคุณสมบัติ
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่าง
หน่วยงานของรัฐต้องการจัดซื้อกระดาษ A4 หากประสงค์จะจัดซื้อกระดาษที่มีคุณสมบัติ เป็นกระดาษ
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะได้ ตามที่หน่วยงานของรัฐ
ต้องการ แต่หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดซื้อกระดาษ A4 ที่มีคุณลักษณะเฉพาะทั่วไป ก็ให้หน่วยงานของรัฐ
กำหนดตามที่หน่วยงานของรัฐต้องการ
3.2 เมื่อดำเนินการตามข้อ 3 .1 แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบรายชื่อพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยตรวจสอบในฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ
ได้ที่ http://gp.pcd.go.th
3.3 เมื่อตรวจสอบรายชื่อแล้วปรากฏว่า พัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวมีผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการเพียงรายเดียว
ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการโดยตรง หากพัสดุที่จะจัดซื้อ
จัดจ้างมีผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก
หากดำเนินการตรวจสอบรายชื่อแล้วไม่ปรากฏรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองว่าเป็นพัสดุ
ที่มีเครื่องหมายรับรองว่าเป็นพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติฯ
อนึ่ง หากหน่วยงานของรัฐไม่ประสง ค์จะจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานของรัฐ
กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือร่างขอบเขตของงาน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐ
ภาคผนวก 1
ตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ ...................................................................................
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ลำดับ รายการ หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย
(บาท)
เป็นเงิน
(รวม)
พัสดุ
ในประเทศ
พัสดุ
ต่างประเทศ
1 ปูนซีเมนต์
2 กระเบื้อง
3 ฝ้าเพดาน
4 หลอดไฟ
5 โคมไฟ
รวม xxx xxx xxx
อัตรา
(ร้อยละ)
100 70 30
ลงชื่อ ......................................... (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
( )
ภาคผนวก 2
ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ ...................................................................................
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ xxx (ตัน)
ลำดับ รายการ หน่วย ปริมาณ เหล็ก
ในประเทศ
เหล็ก
ต่างประเทศ
1 เหล็กเส้น ตัน
2 เหล็กข้องอ ตัน
3 เหล็กเส้นกรม ตัน
4
5
รวม xxx xxx xxx
อัตรา
(ร้อยละ)
100 90 10
ลงชื่อ ......................................... (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
( )
ภาคผนวก 3
ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
การใช้พัสดุทั้งโครงการ
รายการพัสดุทั้งโครงการ xxx รายการ
มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ xxx บาท
มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ จำนวนเงิน อัตรา (ร้อยละ)
มูลค่าพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (บาท)
มูลค่าพัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศ (บาท)
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ xxx ตัน มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ xxx บาท
รายการ หน่วย จำนวน อัตรา (ร้อยละ)
ปริมาณการใช้เหล็ก ตัน ตัน
สรุป
เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
ร้อยละ 60 พัสดุทั่วไป (มูลค่า)
ร้อยละ 90 เหล็ก (ปริมาณ)
ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
เหตุผล/ความจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดำเนินการได้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ......................................... (ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ)
( )
การจัดซื้อ
จัดทำร่าง TOR
กรณีเป็นพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ
ไม่ต้องกำหนดว่าเป็นพัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศ
(กรณีนี้ไม่ต้องขออนุมัติ)
กรณีเป็นพัสดุที่มีผลิตภายในประเทศ
แต่ไม่เพียงพอ ผู้ขายจำนวนน้อยราย
มีความจำเป็นต้องใช้หรือนำเข้า
จากต่างประเทศ
เสนอหัวหน้าหน่วยงานอนุมัติ
(1) เป็นการจัดหาอะไหล่มีความจำเป็น
ต้องใช้และต้องนำเข้า
(2) พัสดุที่ผลิตหรือนำเข้าจาก
ต่างประเทศวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
(หรือพิจารณาแล้วราคาต่อหน่วยไม่เกิน
2 ล้านบาท
แม้วงเงินทั้งสัญญาจะเกิน 2 ล้านบาท)
**นอกเหนือจาก (1) และ (2)
ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
จัดทำร่าง TOR และเป็นพัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศ
การจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ
กรณีใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณา
กำหนดเงื่อนไข
ในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ
ส่วนที่ 2 (ข้อ 3.2 สำเนา
ใบขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการ SMEs)
กำหนดเงื่อนในข้อ 6.8
สิทธิการได้แต้มต่อในการพิจารณา
ให้แต้มต่อไม่เกินร้อยละ 10 สำหรับ
SMEs
กำหนดเงื่อนไขใน ข้อ 6.11 สิทธิการได้แต้มต่อ
ในการพิจารณาให้แต้มต่อร้อยละ 3
ของผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือ
นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ให้นำไปใช้กับวิธีคัดเลือก
ตามมาตรา 56
วรรคหนึ่ง (1) ด้วย
กำหนดเงื่อนในข้อ 6.9
สิทธิการได้แต้มต่อในการพิจารณา
ให้แต้มต่อไม่เกินร้อยละ 5 สำหรับสินค้า
ที่ได้ MiT จากสภาอุตสาหกรรมฯ
กำหนดเงื่อนไข
ในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ ส่วนที่ 2
(ข้อ 3.2 สำเนาหนังสือรับรอง MiT
จากสภาอุตสาหกรรมฯ)
กำหนดเงื่อนในข้อ 6.10
สิทธิการได้แต้มต่อในการพิจารณา
ให้แต้มต่อไม่เกินร้อยละ 15 สำหรับกรณี
ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็น SMEs และเสนอ
สินค้าที่ได้ MiT จากสภาอุตสาหกรรมฯ
การจัดจ้างก่อสร้าง
จัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
กรณีเมื่อจัดทำ BOQ แล้วทราบว่าพัสดุที่จะใช้ในโครงการก่อสร้างนั้น
มีผลิตภายในประเทศ แต่จะไม่ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
หรือจะใช้หรือใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่ครบร้อยละ 60 ดังนี้
1. กรณีที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 2 ล้านบาท
ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่ออนุมัติเห็นชอบก่อน
2. กรณีที่ที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วยรายการใดรายการ
หนึ่งเกิน 2 ล้านบาท ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
เพื่อพิจารณาอนุมัติเห็นชอบก่อน
กรณีไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
หรือผู้มีอำนาจอนุมัติขึ้นไปหนึ่งชั้น
กำหนดใน TOR ให้คู่สัญญาต้องใช้
1. พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิต
ภายในประเทศไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของมูลค่า
พัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
2. ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญา
(1) ทราบตั้งแต่ต้นว่าต้องใช้
พัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศ
หรือไม่มีผลิตในประเทศ
ทำให้อัตราการพัสดุที่ผลิต
ในประเทศน้อยกว่า
ร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ
ที่ใช้ทั้งหมดตามสัญญา
(2) เมื่อจัดทำ BOQ แล้วทราบว่า
ต้องใช้พัสดุที่นำเข้าจาก
ต่างประเทศและไม่มีผลิต
ภายในประเทศ ซึ่งทำให้อัตรา
การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า
พัสดุที่ใช้ทั้งหมดตามสัญญา
กรณีใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
กรณีใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณา
เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างฯ
ข้อ 1.9 แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและ
แผนเหล็กที่ผลิตผลิตภายในประเทศ
โดยแนบตารางภาคผนวก 1 และ 2 ไปด้วย
เว้นแต่กรณี
ที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
กำหนดเงื่อนไข
ในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ
ส่วนที่ 2 (ข้อ 3.2 สำเนา
ใบขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการ SMEs)
กำหนดเงื่อนในข้อ 6.8
สิทธิการได้แต้มต่อในการพิจารณา
ให้แต้มต่อไม่เกินร้อยละ 10 สำหรับ
SMEs
กำหนดเงื่อนไขในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิ
ในการพิจารณา ข้อ 6.9 ในกรณีแต้มต่อร้อยละ 3
ของผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ
ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ให้นำไปใช้กับวิธีคัดเลือก
ตามมาตรา 56
วรรคหนึ่ง (1) ด้วย
การจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
จัดทำร่าง TOR
เมื่อทราบว่างานนั้นเป็นพัสดุ
ที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ
ให้กำหนด TOR
ตามวัตถุประสงค์ โดยไม่ต้อง
กำหนดว่าเป็นพัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศ
(กรณีนี้ไม่ต้องขออนุมัติ)
กรณีแจกแจงรายการพัสดุที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนั้น
แล้วทราบว่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างนั้นมีผลิตภายในประเทศ
แต่จะไม่ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือจะใช้หรือใช้พัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศไม่ครบร้อยละ 60
(1) กรณีที่ราคาพัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคา
ต่อหน่วยไม่เกิน 2 ล้านบาทให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของ
รัฐเพื่ออนุมัติเห็นชอบก่อน
(2) กรณีนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต่อหน่วย
รายการใดรายการหนึ่งเกิน 2 ล้านบาท ให้เสนอผู้มีอำนาจ
เหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเห็นชอบก่อน
กำหนดใน TOR ให้คู่สัญญาต้องใช้
พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่
ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ใน
งานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างฯ
ข้อ 1.7 แผนการใช้พัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศ ทั้งนี้ โดยให้แนบตาราง
ภาคผนวก 2 ไปด้วย
เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการ
ตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
กรณีไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของ
รัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
กรณีที่ทราบตั้งแต่ต้นว่า
ต้องใช้พัสดุนำเข้า
จากต่างประเทศและไม่มี
ผลิตภายในประเทศ
ซึ่งทำให้อัตราการใช้พัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศ
น้อยกว่าร้อยละ 60
ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ทั้งหมด
ตามสัญญา
กรณีแจกแจงรายการพัสดุ
ที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนั้น
แล้วทราบว่างานจ้างนั้น
ต้องใช้พัสดุที่นำเข้า
จากต่างประเทศและไม่มี
ผลิตภายในประเทศ ซึ่งทำให้
อัตราการใช้พัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศน้อยกว่าร้อย
ละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้
ทั้งหมดตามสัญญา
กรณีใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
กรณีใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณา
กำหนดเงื่อนไข
ในเอกสารประกวดราคาซื้อฯ
ส่วนที่ 2 (ข้อ 3.2 สำเนา
ใบขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการ SMEs)
กำหนดเงื่อนในข้อ 6.8
สิทธิการได้แต้มต่อในการพิจารณา
ให้แต้มต่อไม่เกินร้อยละ 60 สำหรับ
SMEs
กำหนดเงื่อนไขในข้อ 6 หลักเกณฑ์และสิทธิ
ในการพิจารณา ข้อ 6.9 ในกรณีแต้มต่อร้อยละ 3
ของผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ
ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ให้นำไปใช้กับวิธีคัดเลือก
ตามมาตรา 56
วรรคหนึ่ง (1) ด้วย