ที่ กค (กวจ) 0505.3//ผ50 คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื่อ
จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
กรมบัญชีกลาง
ถนนพระรามที่ 2 กทม. 10500
% กรกฎาคม 2505
เรื่อง ข้อหารือการขอสงวนสิทธิ์ขยายระยะเวลาทำงานก่อสร้าง กรณีแก้ไขฐานรากการตอกเสาเข็มเยื้องศูนย์
เรียน
อ้างถึง
ตามหนังสือที่อ้างถึง แจ้งว่า ได้ว่าจ้าง
ก่อสร้างอาคารสำนักงาน
พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ
จำนวน 1 แห่ง เป็นเงินจำนวน 35,352,050.ซ3 บาท ตามสัญญาเลขที่
บันทึกแนบท้ายสัญญาลงวันที่ และบันทึกแนบท้ายสัญญา (ฉบับที่ 2) ลงวันที่
กำหนดเริ่มทำงานภายในวันที่ 1 สิงหาคม 252 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่
1 กุมภาพันธ์ 2503 รวมระยะเวลาก่อสร้างจำนวน 550 วัน จ้านวน 23 งวด ประกอบด้วย (o) อาคารสำนักงาน
กลุ่มพิธีการ จำนวน 1 หลัง (2) อาคารสำนักงาน
จำนวน 1 หลัง (3) อาคารป้อมยาม จำนวน 1 หลัง () เสาธง สูง 12 เมตร จำนวน 1 แห่ง (&) ผังบริเวณ
จำนวน 1 แห่ง กำหนดเริ่มทำงานภายในวันที่ 1 สิงหาคม 250 ปรากฏว่า การเจาะเสาเข็มอาคารสำนักงาน
กลุ่มพิธีการ มีลักษณะเยื้องศูนย์เกินมาตรฐานและแตกหัก จำนวน 5 ฐานราก โดย ได้ดำเนินการแก้ไข
พร้อมทั้งส่งรายงานผลการเจาะเสาเข็ม และจัดทำ Shop Drawing แก้ไขฐานราก ซึ่งตามแบบรูปรายการละเอียด
ระบุให้ ต้องตรวจสอบจำนวนเสาเข็มให้ครบถ้วนตามแบบที่กำหนดและตรวจสอบระยะเยื้องศูนย์
(PILE DEVIATION) และต้องส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาการแก้ไข
กรณีที่ระยะเยื้องศูนย์ เกินค่าที่กำหนด ซึ่งวิศวกรผู้ออกแบบ ใช้ระยะเวลาพิจารณา
จนแล้วเสร็จ รวมจำนวน 55 วัน ต่อมา มีหนังสือขอสงวนสิทธิ์ขยายเวลาในการทำงานก่อสร้าง
เนื่องจากรอผลการพิจารณาอนุมัติ ทำให้หน้างานต้องหยุดชะงักและไม่มีการดำเนินงานใด ๆ โดยขอสงวนสิทธิ์
ขยายเวลาในการทำงานจนกว่าจะมีการพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
รอบคอบ ถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
จึงขอหารือว่า การขอสงวนสิทธิ์ขยายเวลาก่อสร้างกรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ขยายเวลาทำงานก่อสร้าง
ตามสัญญาให้กับผู้รับจ้างได้หรือไม่ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
คุณะกรรมการ ...
-ไ2-
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย)
พิจารณาแล้ว มีความเห็นดังนี้
1. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 102
วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ (2) เหตุสุดวิสัย (3) เหตุเกิดจากพฤติการณ์
อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (€) เหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” และระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 152 กำหนดว่า
“การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 102
ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติการณ์
อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้คู่สัญญา
ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไข และกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ให้หน่วยงานของรัฐระบุไว้ในสัญญา
v
1
หรือข้อตกลงกำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้น
ได้สิ้นสุดลงหรือตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้าง
เพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่อง
ของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น” จากหลักการดังกล่าว
การพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง
จะพิจารณาได้จาก 5 เหตุ ได้แก่ (1) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ หมายความถึง
เหตุที่เกิดจากหน่วยงานของรัฐผู้ว่าจ้างและหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย (2) เหตุสุดวิสัย หมายความถึง
เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 และ (3) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใด
จๆ
'
a
ทีคู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย โดยเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 205
ซึ่งบัญญัติว่า “ตราบใดการชำระหนี้นั้นยังมิได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึงลูกหนีไม่ต้องรับผิดชอบ
ตราบนั้นลูกหนี้ยังหาได้ชื่อว่าผิดนัดไม่” ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวต้องมีส่วนสัมพันธ์และมีผลกระทบโดยตรง
กับงานตามสัญญา และเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหรือผู้ขายไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานงวดสุดท้ายได้ทัน
ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา
2. กรณีข้อหารือ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามที่ ชี้แจงและส่งเอกสารหลักฐานว่า
ได้ว่าจ้าง 1 ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงาน
พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ
จำนวน 1 แห่ง เป็นเงินจำนวน 35,ต332,050.35 บาท ตามสัญญาเลขที่
กำหนดเริ่มทำงานภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2523 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่
1 กุมภาพันธ์ 2525 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 550 วัน จำนวน 23 งวด ปรากฏว่า ได้เจาะเสาเข็มอาคาร
สำนักงานกลุ่มพิธีการ มีลักษณะเยื้องศูนย์เกินมาตรฐานและแตกหัก จำนวน 5 ฐานราก
และได้ดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งส่งรายงานผลการเจาะเสาเข็ม และจัดทำ 5ก00 Drawing แก้ไขฐานราก
ซึ่งตามแบบรูปรายการละเอียดระบุให้ ต้องตรวจสอบจำนวนเสาเข็มให้ครบถ้วนตามแบบที่กำหนด
และตรวจสอบระยะเยื้องศูนย์ (PILE DEVIATION) และต้องส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร
ให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาการแก้ไขกรณีที่ระยะเยื้องศูนย์เกินค่าที่กำหนด ซึ่งวิศวกรผู้ออกแบบ
- 3 -
ใช้ระยะเวลาพิจารณาจนแล้วเสร็จ รวมจำนวน 35 วัน ต่อมา มีหนังสือขอสงวนสิทธิ์ขยายเวลา
ในการทำงานก่อสร้างจนกว่าจะมีการพิจารณาแล้วเสร็จ เนื่องจากรอผลการพิจารณาอนุมัติ ทำให้งานก่อสร้าง
ต้องหยุดชะงักและไม่มีการดำเนินงานใด ๆ ซึ่ง ชี้แจงว่า ระหว่างที่รอวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณา
ยังสามารถทำงานก่อสร้างในส่วนอาคารสำนักงาน ได้ และ มิได้สั่งหยุดงาน
แต่อย่างใด กรณีนี้หากความล่าช้าจำนวน 15 วัน เกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง ประกอบกับระหว่างการรอการพิจารณา
จากวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณา ผู้รับจ้างยังสามารถดำเนินงานตามสัญญาในงานส่วนอื่น ๆ ได้ กรณีดังกล่าว
จึงไม่อยู่ในเหตุที่จะ ขอขยายระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา หรืองดหรือลดค่าปรับตามมาตรา 102 วรรคหนึ่ง
(@) - (3) แห่งพระราชบัญญัติฯ แต่อย่างใด
= a P
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นางแพตริเชีย มงคลวนิช)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการวินิจฉัย
กองการพัสดุภาครัฐ
ฝ่ายเลขานุการ
โทร. o 2123 000 ต่อ 5555
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ saraban@cgd.go.th